แสดงเมนู
แสดงช่องค้นหา

หรือว่า จักรวาล ที่เราอยู่นี้เป็นเพียงแค่ ของเล่น ของอารยธรรมที่ล้ำหน้าไปไกลแล้ว

นักฟิสิกส์กล่าวว่า มันมีความเป็นไปได้ที่โลกของเราเป็นเพียงแค่การจำลองขึ้นมา ซึ่งพวกเขาอ้างว่า มันอาจจะมีหลักฐานต่อการพิสูจน์ในเรื่องนี้ถ้ารู้ว่าจะต้องเริ่มที่ตรงไหน ยกตัวอย่างเช่น กฎฟิสิกส์บางข้อนั้น อาจไม่สมเหตุสมผล หรือเป็นจริง

สมมติว่านี่คือปี 2050 ที่ซึ่งหุ่นยนต์มีความฉลาดสูง และได้ยึดครองโลก เว้นเสียแต่ว่าคุณไม่มีทางรู้ เพราะว่าคุณอยู่ในโปรแกรมจำลองเสมือนจริง และพรรณนาเอาว่าโลกในปี 2015 นี้เป็นอย่างไร ทุกอย่างที่เรากำลังเห็น และสัมผัสยู่ในขณะนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ปกครองเหล่าหุ่นยนต์ที่กำลังใช้มนุษย์เป็นของเล่นในเกมส์เสมือนจริง

Snap stills/REX shutterstock
Snap stills/REX shutterstock

จักรวาล และทุกสิ่งที่เราเห็นอยู่ล้วนแล้วแต่เป็นของปลอม สิ่งเหล่านี้ถูกคิดมาจากลัทธิสุดโต่งโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์ผู้อ้างว่ามันมีความเป็นไปได้ที่โลกของเรานั้นเป็นเพียงแค่โปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์

เรื่องนี้อาจจะฟังดูแล้วไร้สาระ แต่ “ข้อโต้แย้งในเรื่องภาพจำลอง” นี่กำลังอยู่ในขั้นจริงจังโดยเหล่านักฟิสิกส์ที่พยายามเสาะหาหลักฐานมาเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้

Robert Lawrence Kuhn นักเขียน และพิธีกรรายการ “Closer to Truth” ได้เปิดเผยแนวคิดนี้ในเชิงลึกลงใน Space.com

เขาเสริมว่า คำกล่าวอ้างของ Nick Bostrom นักปรัชญาจาก Oxford university ที่ว่าการเล่นบทบาทสมมติในภาพยนตร์ The Matrix นั้นอาจจะเป็นจริงแต่แทนที่สมองจะถูกสั่งการด้วยการป้อนข้อมูลทางระบบประสาทผ่านเครื่องจำลอง ตัวสมองเองต่างหากที่เป็นส่วนหนึ่งของการจำลอง Bostrom กล่าว

Snap stills/REX shutterstock
Snap stills/REX shutterstock

แทนที่สมองจะถูกสั่งการด้วยการป้อนข้อมูลทางระบบประสาทผ่านเครื่องจำลอง ตัวสมองเองต่างหากที่เป็นส่วนหนึ่งของการจำลอง

ทุกอย่างถูกควบคุมโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ รวมไปถึงสมองของมนุษย์ จนลงไปถึงระดับเซลล์ประสาท

Khun ยังได้ชี้ประเด็นไปในเรื่องของแนวคิดกฎฟิสิกส์ที่อาจจะถูกประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์เช่นกัน ผ่านรูปแบบที่ให้ความรู้สึกว่าเหมือนถูกสร้างขึ้นมาโดยธรรมชาติ

Marvin Minsky ผู้คิดค้นปัญญาประดิษฐ์ ได้บอกกับ Khun ว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างการอยู่ในโลกจริง กับโลกเสมือน เว้นเสียแต่ว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาในโลกเสมือนนั้นมีช่องโหว่ ที่หากเราสามารถค้นพบ หรือหากว่ากฎทางฟิสิกส์บางข้อที่ไม่เป็นไปตามความจริงที่มันควรจะเป็น

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา Silas Beane จาก University of Bonn ยังได้เคยกล่าวเช่นเดียวกับ Minsky ที่ว่ามันมีข้อบ่งชี้ที่เราอาจะกำลังอยู่ในระบบจำลอง

วิธีเดียวที่เราจะแยกแยะได้นั้น เราจำเป็นต้องสร้างระบบจำลองจักรวาลของเราเองขึ้นมาที่ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่นักวิจัยกำลังพยายามคิดค้นมาตลอด เขาเชื่อว่าการจำลองฟิสิกส์ในระดับพื้นฐานนี้จะต้องมีความเทียบเท่า มากกว่า หรือน้อยกว่ารูปแบบการทำงานของตัวระบบจักรวาลเอง เช่น ในการจำลองกฎฟิสิกส์ที่จะต้องมีการซ้อนทับลงไปในระดับโครงสร้างตาข่ายสามมิติที่ถือว่ายังเป็นสิ่งที่ล้ำหน้าเกินไปในยุคนั้น

ศาสตราจารย์ Beane และเพื่อนร่วมงานของเขาพบว่าระยะห่างโครงสร้างตาข่ายสามมิติมีข้อจำกัดต่อรูปแบบอนุภาคโครงสร้างพลังงาน เพราะไม่มีอะไรที่สามารถอยู่ได้ในโครงสร้างที่เล็กกว่าขนาดของตัวมันเอง นั่นหมายความว่าถ้าจักรวาลของเรานั้นเป็นคอมพิวเตอร์จำลองจริง ๆ มันควรจะต้องมีรอยตัดในสเปกตรัมของอนุภาคพลังงานสูงและพบว่ามีรอยตัดลักษณะดังกล่าวนี้ในพลังงานของรังสีคอสมิก ที่รู้จักกันในชื่อ Greisen-Zatsepin-Kuzmin (GZK) ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะอนุภาคพลังงานสูงมีปฏิสัมพันธ์กับคลื่นไมโครเวฟหลังจากสูญเสียพลังงานระหว่างเดินทางในระยะทางยาว ซึ่งนักวิจัยได้คำนวณพลังของระยะห่างโครงสร้างตาข่ายที่มีผลต่อคลื่นความถี่ที่รังสีคอสมิกใช้ในการเดินทางไปตามแกนของโครงสร้างตาข่าย

สิ่งเหล่านี้ จะเป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ของนักวิจัยในการค้นหาข้อบ่งชี้ที่ว่าสิ่งที่กำลังค้นคว้าอยู่นี้ ไม่ได้ดูเหมือนกับจักรวาล

ที่มา Dailymail

ปิดพาเนล
กลับขึ้นไปด้านบน