แสดงเมนู
แสดงช่องค้นหา

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เด็กชาย 13 ขวบ ลี้ภัยสงคราม มาถูกตีซ้ำ

เมื่อเกิดมาครั้งหนึ่งแล้ว ขอให้สู้กับชีวิตให้จนถึงที่สุด

Ahmet Hamdo เด็กชายวัย 13 ปีและครอบครัวหนีภัยสงครามอย่างผิดกฎหมายจากซีเรียมายังตุรกีตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พวกเขารวม 12 ชีวิต ต้องมาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นต์แคบๆเก่าๆ 2 ห้อง

เขาต้องมาขายกระดาษทิชชู่อยู่ตามท้องถนนในตุรกี และถูกเจ้าของร้านขายอาหารไล่ตี

ทางการตุรกีออกมารับผิดชอบ โดยสัญญาว่าจะหางานให้กับพ่อของเด็ก และให้ครอบครัวพวกเขาไปพักผ่อนในโรงแรมสุดหรู 3 วัน

เด็กชายผู้น่าสงสารถูกตี

twitter
twitter

พวกเขาได้ไปเที่ยวในโรงแรมสุดหรู 3 วัน แต่หลังจากนั้นก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตแบบยากไร้อีกครั้ง

twitter
twitter

Ahmet และครอบครัวมาจากเมือง Aleppo ในซีเรีย ที่ถูกโจมตีอย่างหนักจากสงครามภายในประเทศ โดยพ่อของเขาทำงานเป็นช่างซ่อมโทรทัศน์ พวกเขาอพยพหนีภาวะสงครามมายังตุรกีในเดือนมีนาคม โดยตุรกีต้องแบกรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียมากว่า 1.8 ล้านคน

ชีวิตแบบหรูๆ 3 วันของพวกเขา

Sahit
Sahit

พักผ่อนหน่อย

Sahit
Sahit

Usan วัย 36 ปี แม่ของเด็กชายบอกว่าเธอไม่สามารถช่วยครอบครัวทำงานได้ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ส่วนพ่อของเด็กชายก็ถูกไล่ออกจากงานหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และไม่ได้รับเงินค่าจ้างที่ผ่านมาด้วย นั่นทำให้ Ahmet กับน้องชายต้องไปขายทิชชู่ตามท้องถนนเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละ 3600 บาท โดยยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ

ภาพของเด็กชายที่ร้องไห้ และมีเลือดท่วมจมูกถูกแพร่ไปตามอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ภายหลังถูกทำร้ายร่างกายจากเจ้าของร้านอาหาร Ahmet เล่าให้ฟังว่าขณะที่เขากำลังจะขายกระดาษทิชชู่ให้ผู้หญิงคนหนึ่งในเมือง Izmir เจ้าของร้านก็ผลักเขาไปข้างในร้าน ตี และเหยียบเขา จนเขาสลบไป กระทั่งมีคนเอาน้ำมาสาดเขา เขาจึงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

เจ้าของร้านบอกว่า เขาโกรธ เพราะเด็กคนนี้มารบกวนลูกค้าของเขา เขายังคงทุบตีเด็กต่อไปแม้เด็กชายจะพยายามป้องกันตัวและผู้เห็นเหตุการณ์พยายามเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

twitter
twitter
twitter
twitter

แม่ของเด็กชายไม่ได้ไปฟ้องร้องแจ้งความใดๆ เธอบอกว่าเธอเชื่อว่าพระเจ้าจะลงโทษคนเหล่านั้นเอง หลังจากนั้นทางการตุรกีจึงปลอบใจพวกเขาด้วยการให้ไปพักผ่อนที่โรงแรมสุดหรูเป็นเวลา 3 คืน เธอบอกว่า พวกเธอมีความสุขกันมาก นอกจากนี้ทางการยังบอกว่าจะช่วยรักษาโรคหัวใจของเธอ และให้ลูกๆทั้ง 5 คนของเธอเข้าเรียนในโรงเรียนอีกด้วย

เราก็ได้แต่ขอให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น สู้ๆกันนะ ส่งต่อเรื่องราวของครอบครัวนี้ให้เพื่อนๆคุณดูด้วยสิ

ที่มา Dailymail

ปิดพาเนล
กลับขึ้นไปด้านบน