แสดงเมนู
แสดงช่องค้นหา

8 ขั้นตอน ง่ายๆ ใช้แบตเตอรี่ ไอโฟน ได้ นานขึ้น ทำเองได้เดี๋ยวนี้เลย!

คุณมีปัญหาเรื่องไอโฟนแบตหมดระหว่างวัน จนทำให้คุณอารมณ์เสียอยู่บ่อยๆไหม

FLICKR
FLICKR

รู้กันดีอยู่แล้วว่าคุณภาพแบตเตอรี่ของไอโฟนนั้นไม่ค่อยจะเป็นที่น่าพอใจของสาวกเท่าไหร่ แม้ว่าเพิ่งจะเปิดตัวไอโฟน 6S รุ่นใหม่ล่าสุดไปเมื่อไม่กี่วันมานี้โดยทางแอปเปิ้ลบอกว่าซอฟท์แวร์มีการพัฒนาให้แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานขึ้น เราได้แต่คอยดูว่ามันจะทำได้ดีขนาดไหน

เอาล่ะ แต่เรามี 8 วิธีง่ายๆที่จะช่วยทำให้ไอโฟนของคุณรักษาแบตเตอรี่ได้นานกว่าเดิม มาดูกัน

1.ปรับแสงสว่างหน้าจอลง

มันไม่จำเป็นต้องสว่างจ้าทั้งวันนี่หน่า แล้วคุณจะรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงเลยว่า ไอโฟนของคุณสามารถอยู่ได้นานขึ้นมาก

LORENZO LIGATO
LORENZO LIGATO

2.ปิดแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้

คุณรู้ไหมว่ามันจะยังคงทำงานอยู่เบื้อหงหลังหน้าจอแสดงผล หากคุณไม่ได้ปิดแอพนั้นจริงๆ และแน่นอนมันกินแบตของคุณไปมากๆด้วย

3.เข้าไปจัดการการตั้งค่าเสียใหม่

ถ้าแบตของคุณหมดเร็วเกินไปจริงๆล่ะก็ ลองเข้าไปตั้งค่าใหม่ดูสิ ปิดไวไฟ บลูทูธ หรือเปิดโหมดเครื่องบินไว้เมื่ออยู่ในที่ที่ไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ เช่น เครื่องบิน รถไฟใต้ดิน เป็นต้น หรือถ้าคุณไม่ได้ใช้ Siri เลย ก็สามารไปปิดในการตั้งค่าได้ ที่สำคัญ คุณสามารถปิดการอัพเดตอัตโนมัติของแอพต่างๆเพื่อเซฟแบตได้ด้วย

LORENZO LIGATO
LORENZO LIGATO

4.ปิดการระบุสถานที่

นอกจากมันจะดูไม่เป็นส่วนตัวแล้ว มันยังกินแบตอย่างเหลือเชื่อ เอาไว้เปิดใช้เมื่อจำเป็นดีกว่านะ

LORENZO LIGATO
LORENZO LIGATO

5.ปิดการแจ้งเตือน

มันกินแบตสุดๆ นอกจากนี้งานวิจัยยังบอกว่ามันจะทำให้คุณไม่มีสมาธิเพราะมัวแต่กังวลว่าใครจะส่งอะไรมาให้คุณหรือเปล่า

6.ใช้ที่ชาร์จของแท้

นอกจากมันจะให้พลังงานที่ถูกต้องแล้ว มันยังช่วยถนอมแบตเตอรี่ของคุณด้วย ที่สำคัญการใช้ที่ชาร์จปลอมอาจทำให้โทรศัพท์ของคุณระเบิดได้ด้วย

7.เลือกแบตสำรองให้ดี

เดี๋ยวนี้มีแบตสำรองออกมาเอาใจสาวกสมาร์ทโฟนมากมาย คุณสามารถเลือกแบบที่คุณต้องการได้ไม่ยาก

LORENZO LIGATO
LORENZO LIGATO

8.สังเกตการณ์ใช้พลังงานแบตเตอรี่ของแต่ละแอพ

เข้าไปที่ Setting > General > Usage > Battery Usage มันจะบันทึกไว้ว่าคุณใช้งานแบตเตอรี่ไปกับแอพอะไรบ้าง คราวนี้คุณจะได้วางแผนจัดการถูกในอนาคต

รู้เคล็ดลับดีๆเหล่านี้แล้วอย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนๆคุณรู้ด้วยล่ะ แชร์เลย

ที่มา: Huffington Post

ปิดพาเนล
กลับขึ้นไปด้านบน